Category: World

ธาตุไฟเจ้าเรือน

ธาตุไฟเจ้าเรือน คนที่เกิดเดือน 2, 3, 4 หรือเดือนมกราคา กุมภาพันธ์ และมีนาคม คนเกิดปีขาล(เสือ) ปีมะโรง(งูใหญ่) ปีมะเส็ง(งูเล็ก) และปีระกา(ไก่) ลักษณะรูปร่างและบุคคลิก มักขี้ร้อน ทนร้อนไม่ค่อยได้ หิวบ่อย กินเก่ง ผมหงอกเร็ว มักหัวล้าน หนังย่น ผม ขน หนวด ค่อนข้างนิ่ม ไม่ค่อยอดทน ใจร้อน ข้อกระดูกหลวม มีกลิ่นปาก กลิ่นตัวแรง ความต้องการทางเพศปานกลาง จุดอ่อนของสุขภาพ ตับและถุงน้ำดี โรคที่มักจะเป็น ท้องผูก ริดสีดวง ความดันสูง เส้นโลหิตเปราะบาง ปวดศีรษะ โรคไต โรคกระษัย ปัสสาวะกะปริบกะปรอย วิตกกังวล เบื่ออาหาร โรคหัวใจ โรคไทรอยด์ ร้อนใน โรคกระเพาะ กระดูกเสื่อมเร็วก่อนวัย หงุดหงิดง่าย ใจสั่น แผลพุพอง น้ำเหลืองเสีย เลือดเป็นพิษ โรคเลือด ลักปิดลักเปิด

ธาตุลมเจ้าเรือน

ธาตุลมเจ้าเรือน คนที่เกิดเดือน 5, 6, 7 หรือเดือนเมษายน พฤษภาคม และมิถุนายน คนเกิดปีเถาะ(กระต่าย) ปีมะเมีย(ม้า) ปีมะเม(แพะ) ลักษณะรูปร่างและบุคคลิก ผิวหนังหยาบแห้ง รูปร่างโปร่ง ผอม ผมบาง ข้อกระดูกลั่นเมื่อเคลื่อนไหว ขี้อิจฉา ขี้ขลาด รักง่าย หน่ายเร็ว ทนหนาวไม่ค่อยได้ นอนไม่ค่อยหลับ ช่างพูด เสียงต่ำ ออกเสียงไม่ชัด มีลูกไม่ดก เพราะความรู้สึกทางเพศไม่ค่อยดี จุดอ่อนของสุขภาพ เส้นเลือดฝอยและการเต้นของหัวใจเป็นต้น โรคที่มักจะเป็น การเต้นของหัวใจ ความหวั่นไหว ความวิตกกังวล ภาวะหัวใจขาดเลือด เส้นเลือดฝอยตีบตัน ปวดหลัง การขัด การกระตุก โรคความดันโลหิต โรคกระดูกเปราะ โรคน้ำตาแห้ง โรคตาต่าง ๆ โรคลมจุกเสียด โรคลมดันหัวใจ โรคนอนกรน โรคผอมแห้งแรงน้อย โรคปวดหัว วิงเวียน โรคท้องอืด ท้องเฟ้อ โรคอ่อนเพลีย

ธาตุน้ำเจ้าเรือน

ธาตุน้ำเจ้าเรือน คนที่เกิดเดือน 8, 9, 10 หรือเดือนกรกฎาคม สิงหาคม และกันยายนคนเกิดปีชวด(หนู) และปีกุน(หมู) ลักษณะรูปร่างและบุคคลิก รูปร่างสมบูรณ์ อวัยวะสมบูรณ์ สมส่วน ผิวพรรณสดใส เต่งตึง ตาหวาน น้ำในตามาก ท่าทางเดินมั่นคง ผมดกดำงาม กินช้า ทำอะไรชักช้า ทนหิว ทนร้อน ทนเย็นได้ดี เสียงโปร่ง มีลูกดก หรือมีความรู้สึกทางเพศดี แต่มักเฉื่อยเชื่องช้า และเกียจคร้าน จุดอ่อนของสุขภาพ ลำคอ และกระเพาะปัสสาวะ โรคที่มักจะเป็น โรคภูมิแพ้ โรคหวัด โรคติดเชื้อต่าง ๆ แผลพุพองที่เรียกว่าน้ำเหลืองเสีย น้ำหนองไหล ปอดชื้น น้ำท่วมปอด โรคไตวายฉับพลัน ไลหิตจาง เลือดออกตามไรฟัน และโรคอ้วน ไอมีเสมหะ ไซนัสอักเสบ หอบหืด หลอดลมอักเสบ ปอดบวม โรคกะเพาะ ท้องผูก ท้องเฟ้อ บิด มูกเลือด

ธาตุดินเจ้าเรือน

ธาตุดินเจ้าเรือน คนที่เกิดเดือน 11, 12, 1 หรือเดือนตุลาคม พฤศจิกายน และธันว่าคมคนเกิดปีจอ(หมา) และปีฉลู(วัว) ลักษณะรูปร่างและบุคคลิก รูปร่างสูงใหญ่ ผิวค่อยข้างคล้ำ ผมดกดำ เสียงดัง ฟังชัด ข้อกระดูกแข็งแรง กระดูกใหญ่ น้ำหนักตัวมาก ล่ำสัน อวัยวะสมบูรณ์ จุดอ่อนของสุขภาพ กระเพาะอาหาร และระบบขับถ่าย โรคที่มักจะเป็น โรคท้องผูก ระบบย่อยอาหารไม่ปกติ ท้องอืด ท้องเฟ้อ โรคความดันต่ำ ไขมันอุดตัน หินปูนเกาะกระดูก ปวดตามข้อ เส้นเลือดตีบ โรคหัวใจ ไต ชักกระตุก โรคกระเพาะอาหาร โรคลำไส้อักเสบ และโรคมะเร็งในลำไส้

วิธีการดูธาตุเจ้าเรือนตามวันเกิดของคนแต่ละคน

วิธีการดูธาตุเจ้าเรือนตามวันเกิดของคนแต่ละคน ในการดูธาตุเจ้าเรือนตามวันเกิดนั้น เป็นวิธีคำนวณดูจากวัน เดือน ปีเกิด ที่เริ่มปฏิสนธิ เพราะเมื่อเรารู้วันปฏิสนธิแล้วเราก็จะรู้ว่าช่วงเวลานั้นเป็นฤดูอะไร เรามีธาตุเจ้าเรือนอะไร เราควรรักษาสุขภาพอย่างไร และควรระวังโรคอะไรบ้าง ดังพระคัมภีร์ปฐมจินดากล่าวไว้ว่า เมื่อเราตั้งครรภ์ในฤดูอันใด ธาตุอันใด ให้เอาธาตุของฤดูนั้นเป็นที่ตั้งแห่งธาตุกำเนิดของกุมารกุมารีนั้น ๆ เช่น – ตั้งครรภ์ในเดือน 2, 3, 4 เป็นลักษณะแห่งดิน – ตั้งครรภ์ในเดือน 11, 12, 1 เป็นลักษณะแห่งน้ำ – ตั้งครรภ์ในเดือน 8, 9, 10 เป็นลักษณะแห่งลม – ตั้งครรภ์ในเดือน 5, 6, 7 เป็นลักษณะแห่งไฟ นั่นคือธาตุเจ้าเรือนนั่นเอง แต่คนส่วนใหญ่มักจำได้เพียงแต่วันเกิด คำว่าตั้งครรภ์ในเดือนใดหมายถึง การเริ่มมีครรภ์ หรือมีการปฏิสนธิ ดังนั้นจากข้อสังเกตของคนโบราณดังกล่าว ถ้านำอายุการตั้งครรภ์มาพิจารณาแล้วสามารถประมาณการได้ว่า – ผู้ที่เกิดเดือน 11, 12, 1 จะมีธาตุดินเป็นเจ้าเรือน – ผู้ที่เกิดเดือน

ธาตุทั้ง 4 ที่ประกอบเป็นคน

ธาตุทั้ง 4 ที่ประกอบเป็นคน ธาตุทั้ง 4 ที่ประกอบเป็นคน แบ่งออกเป็น 4 กอง คือ 1. ธาตุดิน มี 20 ประการ คือ 1.1 ผม ที่เป็นเส้นหงอกอยู่บนศีรษะ 1.2 ขน ที่เป็นเส้นงอกอยู่ทั่วร่างกาย เช่น ขนคิ้ว หนวดเครา และขนอ่อนตามตัว 1.3 เล็บ ที่งอกอยู่ตามปลายนิ้วมือ และหลายนิ้วเท้า 1.4 ฟัน 1.5 หนัง ตามตำราเข้าใจว่า หมายถึงที่หุ้มกายภายนอก ซึ่งมี 3 ชั้น คือ หนังหนา หนังชั้นกลาง หนังกำพร้า แต่ที่จริงหนังในปากก็เป็นหนังเปียกอีกชนิดหนึ่ง จึงควรนับเข้าด้วย 1.6 เนื้อที่เป็นกล้ามและเป็นแผ่นในร่างกาย 1.7 เส้นและเอ็นในกายทั่วไป 1.8 กระดูก กระดูกอ่อน กระดูกแข็ง 1.9 ไขกระดูก

ธาตุเจ้าเรือน

ธาตุเจ้าเรือน จากความเชื่อเรื่องธาตุ 4 ตั้งแต่สมัยพุทธกาลที่กล่าวไว้ว่า ร่างกายของมนุษย์เรานั้นประกอบด้วยธาตุ 4 คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ และแนวความเชื่อในอารยธรรมศาสตร์ตะวันออก และศาสตร์ตะวันตกที่กล่าวไว้ว่า สิ่งมีชีวิตทุกชนิดประกอบขึ้นด้วยธาตุทั้ง 4 จึงเป็นที่มาของแนวคิดเรื่อง ธาตุเจ้าเรือน ทฤษฎีในทางการแพทย์แผนไทยที่ใช้อธิบายพฤติกรรม บุคลิก ความคิด จิตใจ และอาการป่วยไข้ของแต่ละคน โดยมีความเชื่อว่าร่างกายมนุษย์นั้นประกอบด้วยธาตุทั้ง 4 โดยที่สัดส่วนของธาตุทั้ง 4 นี้ จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ธาตุที่เด่นมาตั้งแต่กำเนิดจะเรียกกว่า ธาตุเจ้าเรือน ซึ่งธาตุเจ้าเรือนนั้นจะส่งผลให้ลักษณะที่ปรากฏออกมาทางร่างกายของคนแต่ละคนแตกต่างกันไป ตามแต่ละลักษณะของธาตุนั้น ๆ คนเราทุกคนจะมีส่วนผสมของธาตุทั้ง 4 ที่แตกต่างกันไปตามลักษณะของพ่อ แม่ อาหาร ภูมิอากาศ และประเทศที่อยู่อาศัย หาคนใดมีธาตุใดเด่น เราเรียกธาตุนั้นเป็น ธาตุเจ้าเรือนหลัก แต่บางคนก็มีธาตุเด่นมากกว่า 1 ธาตุ ที่เด่งรองลงมาเราจะเรียก ธาตุเจ้าเรือนรอง และสิ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิดอีกอย่าง คือ จุดอ่อนของสุขภาพ ถ้าเรารู้ธาตุเจ้าเรือนของเราและรู้จุดอ่อนของสุขภาพตัวเองด้วย เราก็สามารถที่จะใช้ชีวิตได้ถูกกับธาตุ และสามารถป้องกันการเกิดโรคของจุดอ่อนนั้นได้ ที่มา

ธาตุทั้ง 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ

ธาตุทั้ง 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ ความหมายของธาตุ สำหรับความหมายของ ธาตุ นั้น ได้มีท่านผู้รู้หลายท่านได้ให้คำอธิบายไว้ว่า ธาตุ หมายถึง สิ่งที่ทรงสภาวะของตนอยู่เอง กล่าวคือ มีอยู่โดยธรรมดา เป็นไปตามเหตุและเป็นไปตามปัจจัย ไม่มีผู้สร้าง ไม่มีอัตตา มิใช่สัตว์ และมิใช่ชีวะ ธาตุ หมายถึง ผู้ทรงไว้ ผู้ตั้งอยู่ ผู้ดำรงอยู่ ธาตุ หมายถึง สิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติ จะแยกออกไปอีกไม่ได้ สิ่งที่เป็นต้นเดิม เป็นมูลเดิม ธาตุ หมายถึง วัตถุ ซึ่งเป็นส่วนผสมดั้งเดิมของสิ่งต่าง ๆ จากหลาย ๆ ท่านได้อธิบายไว้ ดังนั้น คำว่า ธาตุ จึงน่าจะหมายถึงองค์ประกอบแท้จริง หรือองค์ประกอบดั้งเดิมของสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นวัตถุหรือสิ่งใด ๆ ทั้งที่เป็นสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต ซึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐานชั้นต้นที่ละเอียดที่สุด ที่ไม่สามารถจะแยกย่อยให้ละเอียดไปกว่านี้ได้อีก และธาตุที่ว่าถือเป็นสารตั้งต้น หรือเป็นองค์ประกอบหลักของสรรพสิ่งต่าง ๆ ทั้งที่อยู่ในโลกและนอกโลก หรือกล่าวไว้ว่า

คุณสมบัติและคุณลักษณะของธาตุไฟ (เตโชธาตุ)

คุณสมบัติและคุณลักษณะของธาตุไฟ (เตโชธาตุ) ธาตุไฟ เป็นธาตุที่มีลักษณะร้อนและเย็น ลักษณะร้อนชื่อว่า อุณหเตโช ลักษณะเย็นชื่อว่า สีตเตโช ทั้ง 2 ชนิด จะมีสภาวะลักษณะเป็นไอ โดยอุณหเตโชจะมีลักษณะเป็นไอร้อน และสีตเตโชจะมีลักษณะเป็นไอเย็น ซึ่งเตโชธาตุทั้ง 2 ชนิด มีหน้าที่ทำให้วัตถุต่าง ๆ สุกและละเอียดนุ่มนวล ดังจะเห็นได้เมื่อวัตถุต่าง ๆ เช่นอาหารสามารถทำให้สุกด้วยความร้อน แต่ว่าอาหารบางอย่างก็สามารถที่จะทำให้สุกด้วยความเย็นได้เหมือนกัน ธาตุไฟมีทั้งที่อยู่ภายในและภายนอกร่างกาย โดยธาตุไฟภายในร่างกายคือธาตุที่ทำให้ร่างกายอบอุ่น ทรุดโทรม กระวนกระวาย และธาตุที่เป็นเหตุให้ของที่บริโภคเข้าไปย่อยได้ด้วยดี และรวมทั้งสิ่งอื่น ๆ ที่อบอุ่นถึงความเร่าร้อน ส่วนธาตุไฟภายนอกคือ ความร้อน ความอุ่น ความอบอุ่นภายนอก ได้แก่ ไฟจากการเผาไหม้วัสดุต่าง ๆ ไฟจากฟ้าผ่า ความร้อนจากดวงอาทิตย์ ความร้อนในกองวัสดุต่าง ๆ เช่น กองฟืน กองหญ้า กองข้าวเปลือก กองขี้เถ้า ฯลฯ ธาตุไฟมี 5 ชนิดด้วยกัน คือ อุสุมาเตโช คือ

คุณสมบัติและคุณลักษณะของธาตุลม (วาโยธาตุ)

คุณสมบัติและคุณลักษณะของธาตุลม (วาโยธาตุ) ธาตุลมมีทั้งที่อยู่ภายในร่างกายและภายนอกร่างกาย ซึ่งธาตุลมที่อยู่ภายในร่างกายคือ สิ่งที่มีลักษณะพัดผันไปในร่างกายเรา ซึ่งได้แก่ ลมพัดขึ้นเบื้องบน ลมพัดลงเบื้องต่ำ ลมในท้อง ลมในลำไส้ ลมแล่นไปตามอวัยวะน้อยใหญ่ ลมหายใจออก ลมหายใจเข้า และสิ่งอื่น ๆ ที่ได้พัดผันอยู่ภายในร่างกายของเรา ธาตุลมภายนอกคือ ความพัดไปมา ความเคร่งตรึงของวัตถุ หรือสิ่งของต่าง ๆ ซึ่งได้แก่ ลมในลักษณะต่าง ๆ เช่น ลมตะวันตก ลมตะวันออก ลมเหนือ ลมใต้ ลมมีฝุ่นละออง ลมไม่มีฝุ่นละออง ลมหนาว ลมร้อน ลมจากการกระพือปีก ฯลฯ ธาตุลมที่มีลักษณะเคร่งตรึง เรียกว่า วิตถัมภนวาโย เป็นธาตุลมที่ทำให้สิ่งต่าง ๆ ที่เกิด พร้อมกับตัวธาตุลมเองตั้งมั่นไม่ให้คลอนแคลนเคลื่อนไหวไปได้ในร่างกายของคนเรา ถ้าวิตถัมภนวาโย ปรากฏขึ้นจะทำให้ผู้นั้นรู้สึกตึง เมื่อย ปวดตามร่างกาย หรือขณะที่มีอาการเกร็งตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หรือเพ่งตาเป็นเวลานาน ๆ โดยไม่กระพริบตา จะทำให้วิตถัมภนวาโยปรากฏขึ้น ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นภายนอกนั้น วัตถุสิ่งของต่าง